คงไม่มีใครไม่รู้จักดาวเทียมไทยคม ซึ่งเป็นดาวเทียมที่เปลี่ยนการดูโทรทัศน์แบบหนวดกุ้งของคนไทย มาเป็นการดูโทรทัศน์แบบจานกะละมังที่ชมชัดแจ๋วได้ทั่วไทยผ่านทางดาวเทียมสื่อสารได้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยดาวเทียมไทยคม-1 ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรในปี 2536 หรือ 23 ปีที่แล้ว และดาวเทียมไทยคม 2 ส่งขึ้นสู่วงโคจรในปี 2537 หรือ 22 ปีมาแล้ว
หลังทำงานอยู่ 15 ปี ดาวเทียมไทยคม-1 และ 2 ก็ได้หยุดทำงานลงตามอายุขัยของดาวเทียม และได้มีการสั่งให้ตัวดาวเทียมเปลี่ยนตำแหน่งไปอยู่ที่ “หลุมศพ” หรือ graveyard  และล่องลอยไปมาหายไปในวงโคจร และถูกลืมเลือนไปในที่สุดท่ามกลางความหนาวเหน็บของอวกาศ

 แต่หลังจากนั้น 22 ปี ไทยคม-2 ก็ได้ถูกตรวจพบอีกครั้งโดย  ทีมนักดาราศาสตร์ของประเทศไทย และ NARIT

โดยทำการค้นหาดาวเทียมไทยคม-2 ผ่านทางกล้องโทรทรรศน์ขนาด 0.7 เมตร ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(NARIT) รวมด้วยกองทัพอากาศ นำโดย น.อ.ฐากูร เกิดแก้ว และ ทีมนักดาราศาสตร์ NARIT โดยทำการหันกล้องโทรทรรศน์ขนาด 0.7 เมตร ที่ประจำอยู่ที่ยอดดอยอินทนนท์ ไปยังตำแหน่งที่คาดว่าจะเป็นตำแหน่งสุดท้ายของดาวเทียม ก่อนจะหยุดทำงานลง

เจอแล้วยังลอยอยู่ !!

หลังจากนั้นความพยายามก็เป็นผล จุดเล็กๆของดาวเทียมไทยคม-2 ก็ปรากฎขึ้นบนระบบถ่ายภาพของของกล้องโทรทรรศน์ ซึ่งนี่เป็นภาพแรกของดาวเทียมไทยคม-2 หลังถูกส่งขึ้นไปอยู่ในอวกาศนานกว่า 22 ปี

จากภาพจะเห็นจุดสว่างเล็กๆ(ภายในวงกลมสีเหลือง) ซึ่งคือแสงที่สะท้อนจากแผ่นรับพลังงานแสงอาทิตย์ของดาวเทียมไทยคม-2 ที่หลับไหลในห้วงอวกาศลึกอันหนาวเหน็บ ซึ่งถูกแยกออกจากกลุ่มดาวฤกษ์พื้นหลังอื่นๆ ด้วยการเปิดหน้ากล้องรับแสงเป็นเวลานาน ซึ่งในขณะที่ดาวฤกษ์เคลื่อนที่ตามการหมุนของโลกทำให้ปรากฎภาพเป็นเส้น แต่ดาวเทียมไทยคมนั้นเคลื่อนที่ไปพร้อมๆกับโลก ทำให้ปรากฎภาพเป็นจุดสว่างดังภาพ

ตรวจเจออีก !!

นอกจากนี้ทีมนักดาราศาสตร์ไทยยังค้นพบดาวเทียมที่ลอยเท้งเต้งในอวกาศอีกมากมายเลยหล่ะ  โดยเฉพาะรูปนี้ ที่แสดงให้เห็นถึงความหนาแน่นจริงๆของดาวเทียมในอวกาศในขณะนี้

สภาวะขยะอวกาศล้นโลก

การค้นพบนี้ทำให้เราได้เห็นว่า วัตถุทุกอย่างที่ถูกส่งขึ้นไปสู่วงโคจรนั้น จะลอยไปอีกเป็นเวลานานแสนนานเลยหล่ะ โดยในบางชิ้นถูกปล่อยขึ้นไปตั้งแต่ยุคดาวเทียมดวงแรกของโลก จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ตกลงมาก็มี

นอกจากดาวเทียมที่ถูกค้นพบโดยคนไทยกลุ่มนี้แล้ว ยังมีดาวเทียมอีกมากที่หยุดทำงานและลอยเป็นขยะอวกาศมากมายในอวกาศ จนมีการสำรวจและสร้างแบบจำลองตามภาพข้างล่างนี้ขึ้น น่ากลัวเลยใช่มั้ยหล่ะ…..

ติดตามผลงานต่อได้ที่นี่เลยครับ >>> http://www.lesa.biz/