ภาพถ่ายของบั้งไฟที่ถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเกิดเป็นหางยาวจากพื้นพุ่งตรงทลุเมฆ ที่ถูกถ่ายได้จากเครื่องบินทำฝนเทียม กำลังเป็นภาพที่ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดความสนใจในบั้งไฟขึ้นอย่างแพร่หลาย ถึงความสามารถในการไต่ระดับขึ้นสู่ท้องฟ้าของบั้งไฟ ว่าหลังจากลับสายตาหายไปในก้อนเมฆแล้ว บั้งไฟขึ้นไปได้สูงมากน้อยแค่ไหน

ทีมงานท้าพิสูจน์ติดเครื่องวัดความสูงเข้ากับบั้งไฟ

เพื่อหาคำตอบดังกล่าวทีมงานจึงได้ลงพื้นที่ไปยังงานพิธีบุญบั้งไฟแห่งหนึ่งในภาคอิสาน และได้รับความกรุณาจากพี่ๆ เจ้าของบั้งไฟในการติดตั้งเครื่องติดตามพิกัด GPS และเครื่องวัดความสูงแบบใช้ความดันบรรยากาศเข้ากับตัวบั้งไฟขนาด 120 กิโลกรัม (บั้งไฟแสน)

โดยเครื่องวัดความสูงดังกล่าวจะติดไว้กับท่อของบั้งไฟ และส่งสัญญาณวิทยุรายงานความสูงของบั้งไฟในขณะที่บั้งไฟกำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าแบบสดๆ ผ่านทางคอมพิวเตอร์ และเครื่องรับสัญญาณ เพื่อนำเอาข้อมูลที่ได้มาสรุปผลต่อไปโดยอุปกรณ์ได้ทะยานขึ้นไปพร้อมกับบั้งไฟ พร้อมส่งสัญญาณรายงานผลการวัดความสูงลงมาตลอดเวลา จนบั้งไฟหายลับขึ้นไปบนก้อนเมฆ และตกกลับลงมาสู่พื้นจนเครื่องเสียหายและหยุดทำงานไป

ผลการวัดความสูง

ผลจากเครื่องวัดความสูงพบว่าบั้งไฟของคนไทยของเรา ทำความเร็วในการทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ถึง 612 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทะยานขึ้นไปได้ถึง 2,100 เมตรจากพื้นดินเลยทีเดียว

(ผลการวัดนี้ไม่ได้บ่งบอกถึงบั้งไฟทุกลูก แต่เป็นผลของการสุ่มวัด 1 ลูกเท่านั้น)

ขอขอบคุณ สนามจุดบั้งไฟ บ.หนองตอ หมู่ 6 บ.หนองตอ ต.ทุ่งนางโคก จ.ยโสธร สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์มา ณ ที่นี้ครับ
(ขอไม่เปิดเผยชื่อค่ายบั้งไฟ เพื่อไม่ให้เกิดการเปรียบเทียบจากการแข่งขัน)


ข้อมูลนี้เป็น 1 ในโครงการดีๆ โดย
1. อำนวยการวิจัย: Zignature Marketing
2. ทุนวิจัย: US Space & Rocket Center (NASA Visitor Information Center)
3. สนับสนุนการวิจัย: กองทัพบก
4. ระบบจรวด: สจล.
5. GPS: TSR
6. ระบบขับดัน: ชมรมอนุรักษ์มรดกยโสธร
7. โครงการบั้งไฟ 4.0 วิถีไทย วิถีโลก สร้าง “จรวดช้างสาร” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจรวดขนส่งอวกาศเชิงพาณิชย์ในราคาประหยัด โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศไทย (Discover Thailand’s Astronauts Scholarship Program)